วันนี้มีทิปเล็กๆ มาฝากคุณผู้อ่าน แม้จะเป็นเหมือนเรื่องบอกเล่าปากต่อปากฝากกันมา แต่จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมีผู้ใช้หลายคนอ้างว่า มันเป็นเรื่องจริง กล่าวคือ พวกเขาสามารถทำให้ฮาร์ดดิสก์ที่เสียแล้วให้กลับฟื้นคืนชีพได้ชั ่วคราวด้วยการจับพวกมันแช่แข็งภายในไม่กี่ชั่วโมง
ขั้นตอนง่ายๆ ที่ทำกันก็คือ นำฮาร์ดดิสก์ใส่ถุงพลาสติกที่มีฝารูดปิดป้องกันความชื้น จากนั้นเอาไปใส่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นสัก 2 – 3 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาออกมาใช้งาน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขด้วยวิธีนี้ไม่ได้เป็นการคืนชีพให้ฮาร์ดดิสก์อย่างถาวร แต่มันก็จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้อีกครั้งด้วยระย ะเวลาที่นานพอจะกู้ข้อมูลในนั้นกลับคืนมา จากประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ทดลองแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ พบว่า ด้วยวิธีนี้พวกเขาสามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์ได้นาน 20 นาทีไปจนถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่ได้มีการยืนยัน หรือรับรองจากผู้เชี่ยวชาญว่า มันจะใช้ได้กับความเสียหายทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นกับฮาร์ดดิสก์ เนื่องจากมันมีความเสียหายในหลายลักษณะที่การแช่แข็งด้วยวิธีนี ้ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าคุณลองหลายวิธีแล้วยังไม่สำเร็จ และต้องการกู้ข้อมูลสำคัญที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์จริงๆ มันก็คงไม่เป็นการเสียเวลาจนเกินไปนัก หากจะทดลองด้วยวิธีนี้นะ

ประวัติความเป็นมา

posted on 27 Sep 2008 15:22 by noolek03
อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นโครงการของ ARPAnet(Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สังกัด กระทรวงกลาโหม ของสหรัฐ (U.S.Department of Defense - DoD) ถูกก่อตั้งเมื่อประมาณ ปีค.ศ.1960(พ.ศ.2503) และได้ถูกพัฒนาเรื่อยมา
ค.ศ.1969(พ.ศ.2512) ARPA ได้รับทุนสนันสนุน จากหลายฝ่าย ซึ่งหนึ่งในผู้สนับสนุนก็คือ Edward Kenedy และเปลี่ยนชื่อจาก ARPA เป็น DARPA(Defense Advanced Research Projects Agency) พร้อมเปลี่ยนแปลงนโยบายบางอย่าง และในปีค.ศ.1969(พ.ศ.2512)นี้เองที่ได้ทดลองการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์คนละชนิด จาก 4 แห่งเข้าหากันเป็นครั้งแรก คือ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัยยูทาห์ เครือข่ายทดลองประสบความสำเร็จอย่างมาก ดังนั้นในปีค.ศ.1975(พ.ศ.2518) จึงได้เปลี่ยนจากเครือข่ายทดลอง เป็นเครือข่ายที่ใช้งานจริง ซึ่ง DARPA ได้โอนหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ให้แก่ หน่วยการสื่อสารของกองทัพสหรัฐ (Defense Communications Agency - ปัจจุบันคือ Defense Informations Systems Agency) แต่ในปัจจุบัน Internet มีคณะทำงานที่รับผิดชอบบริหารเครือข่ายโดยรวม เช่น ISOC (Internet Society) ดูแลวัตถุประสงค์หลัก, IAB (Internet Architecture Board) พิจารณาอนุมัติมาตรฐานใหม่ในInternet, IETF (Internet Engineering Task Force) พัฒนามาตรฐานที่ใช้กับ Internet ซึ่งเป็นการทำงานโดยอาสาสมัคร ทั้งสิ้น
ค.ศ.1983(พ.ศ.2526) DARPA ตัดสินใจนำ TCP/IP (Transmission Control Protocal/Internet Protocal) มาใช้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ ทำให้เป็นมาตรฐานของวิธีการติดต่อ ในระบบเครือข่าย Internet จนกระทั่งปัจจุบัน จึงสังเกตุได้ว่า ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่จะต่อ internet ได้จะต้องเพิ่ม TCP/IP ลงไปเสมอ เพราะ TCP/IP คือข้อกำหนดที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทั่วโลก ทุก platform คุยกันรู้เรื่อง และสื่อสารกันได้อย่างถูกต้อง
การกำหนดชื่อโดเมน (Domain Name System) มีขึ้นเมื่อ ค.ศ.1986(พ.ศ.2529) เพื่อสร้างฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distribution database) อยู่ในแต่ละเครือข่าย และให้ ISP(Internet Service Provider) ช่วยจัดทำฐานข้อมูลของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องมีฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ เหมือนแต่ก่อน เช่น การเรียกเว็บ www.yonok.ac.th จะไปที่ตรวจสอบว่ามีชื่อนี้ หรือไม่ ที่ www.thnic.co.th ซึ่งมีฐานข้อมูลของเว็บที่ลงท้ายด้วย th ทั้งหมด เป็นต้น
DARPA ได้ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบ internet เรื่อยมาจนถึง ค.ศ.1980(พ.ศ.2523) และให้ มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation - NSF) เข้ามาดูแลแทนร่วม กับอีกหลายหน่วยงาน
ค.ศ.1991(พ.ศ.2534) ทิม เบอร์เนอร์ส ลี (Tim Berners-Lee) แห่งศูนย์วิจัย CERN ได้คิดค้นระบบไฮเปอร์เท็กซ์ขึ้น เว็บเบราวเซอร์ (Web Browser) ตัวแรกมีชื่อว่า WWW (World Wide Web) แต่เว็บได้รับความนิยมอย่างจริงจัง เมื่อ ศูนย์วิจัย NCSA ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เออร์แบน่าแชมเปญจ์ สหรัฐอเมริกา ได้คิดโปรแกรม MOSAIC (โมเสค) โดย Marc Andreessen ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ระบบกราฟฟิก หลังจากนั้นทีมงานที่ทำโมเสคก็ได้ออกไปเปิดบริษัทเน็ตสเคป (Browser Timelines : Mosaic 1993, IE 1995, Netscape 1994, Opera 1996, Macintosh IE 1996)
ในความเป็นจริง ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Internet และไม่มีใครมีสิทธิขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการกำหนดมาตรฐานใหม่ต่าง ๆ ผู้ติดสินว่าสิ่งไหนดี มาตรฐานไหนจะได้รับการยอมรับ คือ ผู้ใช้ ที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ที่ได้ทดลองใช้มาตรฐานเหล่านั้น และจะใช้ต่อไปหรือไม่เท่านั้น ส่วนมาตรฐานเดิมที่เป็นพื้นฐานของระบบ เช่น TCP/IP หรือ Domain name ก็จะต้องยึดตามนั้นต่อไป เพราะ Internet เป็นระบบกระจายฐานข้อมูล การจะเปลี่ยนแปลงระบบพื้นฐาน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
ข้อมูลจาก http://www.computerhistory.org/exhibits/internet_history/
และ http://www.sri.com/about/timeline/arpanet.html
Arpanet : The Internet as you know it today, and through which you are accessing this information, had its beginnings in the late 1960s as the "ARPANET". Started by the U.S. Department of Defense Advanced Research Projects Agency (now DARPA), the entire network consisted of just four computers linked together from different sites to conduct research in wide-area networking. SRI, then known as the Stanford Research Institute, hosted one of the original four network nodes, along with the University of California, Los Angeles (UCLA), the University of California, Santa Barbara (UCSB), and the University of Utah. The very first transmission on the ARPANET, on 29th October 1969, was from UCLA to SRI.
What is IPv6?
from RFC2460 = Request for Comments:2460 .
IP version 6 (IPv6) is a new version of the Internet Protocol, designed as the successor to IP version 4 (IPv4) [RFC-791]. The changes from IPv4 to IPv6 fall primarily into the following categories:
o Expanded Addressing Capabilities
o Header Format Simplification
o Improved Support for Extensions and Options
o Flow Labeling Capability
o Authentication and Privacy Capabilities
  IP4 to IP6 Webguides
- ipv6.net | ipv6.org
- byxtreme.com *
- buu.ac.th
- kmitnb.ac.th
- sun.com
- wikipedia.org
- tcpipguide.com
- nectec.or.th
- itcompanion.co.th
- nectec.or.th
- vanbest.org (IETF:1990)
เครื่องหมายเปรียบเทียบ

        เทอร์โบซีมีเครื่องหมายเปรียบเทียบ (relational operator) ดังแสดงในตารางที่ 1 ผลลัพธ์การเปรียบเทียบจะเป็นจริง (true) หรือเท็จ (false) อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ค่าจริงหรือเท็จบางครั้งเรียกว่าค่าคงที่บูลีน (boolean constant) ในเทอร์โบซีค่าจริงและเท็จที่เกิดจากการใช้เครื่องหมายเปรียบเทียบจะมีค่าเป็น 1 และ 0 ตามลำดับ

ตารางที่ 1 เครื่องหมายเปรียบเทียบ

 
เครื่องหมาย
ความหมาย

==

!=

>  

>=

<  

<=

เท่ากับ

ไม่เท่ากับ

มากกว่า

มากกว่าหรือเท่ากับ

น้อยกว่า

น้อยกว่าหรือเท่ากับ